เมนูง่ายๆที่ได้จากผักขมทั้งดีและมีประโยชน์

7b87cf2f9ad6fc1a7be8cef50f14fd0cผักโขม เป็นผักป่าหรือผักพื้นบ้านที่เติบโตได้เองตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันมีการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ให้มีลักษณะตรงตามความต้องการสำหรับบริโภคมากขึ้น โดยมีการปลูกสำหรับรับประทานเองและเพื่อจำหน่าย นิยมนำมาต้มรับประทานสุก จิ้มน้ำพริก ทำแกงจืด ผัด ทอด และประกอบในเมนูอาหารได้หลากหลาย โดยผักโขมมีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศเขตร้อน มีมากกว่า 60 สายพันธุ์ จัดเป็นพืชล้มลุก ใบเลี้ยงคู่ มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยหรือลำต้นตั้งตรงสูงตั้งแต่ 10 ซม. จนถึงมากกว่า 1 เมตร ลำต้นมีทั้งแตกกิ่งและไม่แตกกิ่งแขนง ลำต้นอาจมีหนามและไม่มีหนาม ใบและลำต้นมีสีแดงหรือสีเขียว ใบมีรูปไข่หรือรูปไข่ต้นใบกว้าง ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกมีลักษณะออกเป็นช่อประกอบด้วยดอกจำนวนมาก ส่วนเมล็ดเมื่อแก่จะมีสีดำขนาดเล็ก 0.5-1 มิลลิเมตร

การรับประทานสลัดผักโขมก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องจำไว้ว่าไม่ควรกินผักโขมแบบดิบๆเท่านั้นเอง อันดับแรกให้เด็ดใบผักโขมเลือกเอาเฉพาะใบอ่อนๆ จะได้ไม่เหนียวเวลารับประทาน นำมาล้างน้ำให้สะอาดหลังจากนั้นนำไปใส่หม้อตั้งไฟ ปิดฝาทิ้งไว้สักพัก โดยไม่ต้องเติมน้ำเพิ่มเพราะน้ำในใบผักโขมจะทำให้ผักโขมสุกได้เอง เพียงแค่นี้เราก็ได้ใบผักโขมมาทานเป็นสลัดกันแล้ว หรือถ้าอยากให้มีรสชาติหรือคุณค่าทางอาหารเพิ่มมากขึ้นก็ให้ใส่ผักชนิดอื่นที่เราชอบรวมเข้าไปด้วย จะเป็นผักที่สุกแล้วหรือผักดิบก็ได้ อย่างเช่น ฟักทอง แครอท ผักกาดหอม พริกหวาน แตงกวา แล้วใส่น้ำสลัดที่เราชอบคลุกรวมลงไป แค่นี้ก็ได้ทานสลัดผักโขมแสนอร่อยกันแล้ว ถ้าเป็นเมนูตามร้านก็จะมีการใส่เบคอนทอดลงไปเพิ่ม แต่เราอาจจะเปลี่ยนเป็นใส่ไข่ต้มสุกสักลูกก็เพียงพอแล้ว นอกจากอร่อยยังได้ประโยชน์อีกด้วย

คุณค่าทางอาหารของผักโขมผักโขม

– ผักโขมยังมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม ในคุณสุภาพสตรี
– ผักโขมมีสารซาโปนิน(Saponin) ที่ช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดได้เป็นอย่างดี และยังช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์
– วิตามินเอในผักโขม ช่วยในการมองเห็นและช่วยบำรุงสายตา
– วิตามินซี นอกจากในเรื่องป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันแล้ว ยังช่วยเสริมสร้าคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
– ในผักโขมนั้นอุดมไปด้วยเส้นใย จึงช่วยในระบบขับถ่าย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off

การนำผักและผลไม้มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร

ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้และผักนานาชนิด และมีให้บริโภคกันอยู่ตลอดปี ผลไม้ที่สำคัญของไทย ได้แก่ สับปะรด ฝรั่ง กระท้อน มะม่วง องุ่น ส้มโอ กล้วย ลิ้นจี่ ลำไย มังคุด เงาะ พุทรา ส้ม มะนาว ทุเรียน ขนุน มะละกอ มะกอกน้ำ สมอ และสตรอเบอรี่ ผลไม้เหล่านี้จะมีระยะเวลาออกสู่ตลาดสับเปลี่ยนตลอดปี ซึ่งปริมาณการผลิตในแต่ละปีนั้นไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ผลผลิตส่วนมากจะนิยมบริโภคสด และใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปเกือบทั้งหมด ปัจจุบันผู้ประกอบการก็ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักและผลไม้ที่หลากหลายและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ รวมทั้งมีช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายกว่าแต่ก่อน และส่งผลให้ผู้บริโภคเปิดรับผักและผลไม้แปรรูปในฐานะขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น

การนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปจะช่วยป้องกันการล้นตลาดของผลิตผลสด ซึ่งช่วยยกระดับราคาผลิตผลไม่ให้ตกต่ำ การเพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นอาหารระดับอุตสาหกรรมที่สามารถรับวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นอาหารจำนวนมากได้ การผลิตอาหารให้ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค การส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารให้เป็นที่ยอมรับและสามารถขยายตลาดการค้าออกไปสู่ต่างประเทศ จะช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ประเทศได้เป็นอย่างดี โดยเป็นการนำเอาผลผลิตทางการเกษตรมาผ่านกระบวนการต่างๆเพื่อให้เก็บรักษาผลผลิตทางเกษตรไว้ได้นานก่อนถึงตลาดและผู้ซื้อ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ สภาพของผลผลิตความสะอาด ความชื้น อุณหภูมิ การถ่ายเทอากาศ

จากกระแสรักสุขภาพของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจแปรรูปผักและผลไม้มีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก และเป็นโอกาสที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ประกอบการในการเข้ามาในธุรกิจ โดยเฉพาะสินค้าขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพจากผักและผลไม้ ที่มีจุดเด่นคือเป็นขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถทานได้ทุกที่ทุกเวลา น่าจะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีความแตกต่างและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยในทุกขั้นตอนการผลิต สร้างเครือข่ายธุรกิจและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการขยายช่องทางการจำหน่ายที่มีศักยภาพ

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off

เทคโนโลยีในการยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้ให้อยู่ได้นาน


ผักและผลไม้ เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยอาศัยกรรมวิธีการผลิตที่หลากหลาย มีทั้งการนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปเพียงเล็กน้อย หรือเพียงแค่ล้างทำความสะอาด และตัดแต่งเพื่อจำหน่ายแบบสด หรือนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปโดยใช้ความร้อนสูง แล้วบรรจุในภาชนะเปิดสนิท เช่น กระป๋อง ขวดแก้ว และภาชนะพลาสติก

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักและผลไม้นั้น ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน แต่เมื่อนำมาผ่านการแปรรูปโดยอาศัยกรรมวิธีที่แตกต่างกันแล้ว จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และแตกต่างกันทั้งในด้านกลิ่น รส สี และลักษณะเนื้อสัมผัส อาทิเช่น หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว ลูกพีช ซึ่งเป็นผัก ผลไม้ ชนิดที่รับประทานได้ทั้งแบบสด ๆ และแบบที่ผ่านการแปรรูป จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 แบบนี้ มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ผู้บริโภคก็ให้การยอมรับทั้ง 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคนิยมบริโภคในรูปแบบใด เช่น ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจนิยมบริโภคถั่วสด จะเลือกซื้อสินค้าถั่วสดแช่แข็ง ในขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มนิยมบริโภคถั่วบรรจุกระป๋อง ก็จะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าถั่วบรรจุกระป๋อง เป็นต้น ดังนั้นสินค้าผัก ผลไม้แปรรูปแต่ละประเภทจะมีตลาดรองรับที่แยกจากกันอย่างชัดเจน

การแปรรูปอาหารนั้นเป้าหมายหลักของผู้ประกอบการก็คือ การพัฒนากระบวนการผลิตที่ยังคงความสะดวก ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมีการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันทางเลือกหนึ่งของการผลิต และบรรจุสินค้าผัก ผลไม้สด ก็คือการใช้สารเคมีถนอมรักษา หรือช่วยชลอการสุก รวมทั้งช่วยคงคุณภาพของผัก ผลไม้สดหลังการเก็บเกี่ยวด้วย โดยการให้สารเคมีเข้าไปรบกวนการทำงานของเอทธิลีนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นกระบวนการที่ทำให้เกิดการสุกในพืช ในอดีตสารเอทธิลีนถูกนำไปใช้กับสินค้ากล้วย เพื่อทำให้สามารถจำหน่ายกล้วยในขณะที่มีกลิ่นรส และสุกงอมกำลังดี โดยเกษตรกรจำเก็บเกี่ยวกล้วย และทำการขนส่งไปยังปลายทางในขณะที่ผลกล้วยมีสีเขียว หรือยังไม่สุก เพื่อความสะดวกในการขนส่ง หลังจากนั้นจะนำกล้วยไปเก็บในห้องที่มีเอทธิลีนอยู่ เมื่อเอทธิลีนระเหยออกสู่บรรยากาศสัมผัสกับผลกล้วยดิบมันก็จะไปกระตุ้นให้กล้วยเกิดกระบวนการสุกในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมที่จะจำหน่าย

ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในด้านข้อมูลว่าในขณะเก็บรักษา ผัก และผลไม้ไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านกลิ่น รสชาติ ของผัก และผลไม้แต่ละชนิดอย่างไร เช่นเดียวกันกับที่จะต้องมีการพิจารณาและศึกษาถึงประโยชน์ของการประยุกต์ใช้สาร MCP ในพืชอาหารแต่ละชนิดต่อไป

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off

นวัตกรรมกับผลไม้ไทยที่จะต้องสร้างคุณค่าใหม่ๆให้แก่สินค้า


เกษตรกรรมเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับประเทศไทย และวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลายาวนาน แม้ปัจจุบัน จะมีกานำเอาอุตสาหกรรมต่างๆเข้ามาผลิตในประเทศไทย และ คาดหวังให้ประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม แต่เราก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า สินค้าหลักของประเทศไทยยังคงเป็น สินค้าเกษตรกรรม

ปัจจุบันการแข่งขันการค้าของโลกได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การที่จะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้นั้น จำเป็นที่จะต้องสร้างคุณค่าใหม่ๆให้แก่สินค้า เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ และ สร้างความต้องการใหม่ๆให้แก่ลูกค้า เช่น บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ได้ทำการปรับโครงสร้าง กระบวนการผลิต และการจัดจำหน่าย และ มุ่งสู่การพัฒนาการเกษตรให้อยู่ในรูปแบบเกษตรอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและการจัดการสมัยใหม่

ดังนั้นจึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเกษตรต่างๆให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น เช่น ข้าวขึ้นน้ำไวต่อช่วงแสง (Photosensitive floating rice) ซึ่งเป็นการพัฒนาให้ข้าวสามารถอยู่ในพื้นที่นํ้าท่วมขังที่ระดับ 1-5 เมตร ได้เป็นระยะเวลา 1 เดือนเป็นต้น สิ่งที่พวกเราขอนำเสนอเป็นส่วนนึงของนวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรของไทย ดังนี้

นํ้าเต้าสี่เหลี่ยม บึงฉวาก
นํ้าเต้าสี่เหลี่ยมที่อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี นายเชาว์ เสาวลักษณ์ ผู้อำนวยการอุทยานผักพื้นบ้านบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อธิบายให้ฟังพร้อมโชว์น้ำเต้าสี่เหลี่ยมที่ทำแล้วเสร็จว่า “น้ำเต้ามีอยู่หลายชนิด มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันออกไป แต่ ที่สามารถนำมาทำเป็นน้ำเต้าสี่เหลี่ยม หรือน้ำเต้ารูปทรงเรขาคณิตได้มีน้ำเต้าอยู่จำนวน 3 ชนิด คือ น้ำเต้าพื้นบ้าน น้ำเต้าเน่งบาร์ และน้ำเต้าทรงลูกจันทร์ ซึ่งมีลักษณะเล็กและเหมาะสมเท่าที่ทดลองมาแล้ว ทั้ง 3 อย่างนี้ได้ผลดี”

วิธีการเริ่มต้นด้วยการปลูกเลี้ยงน้ำเต้าแบบสมบูรณ์ใช้ได้ทั้งปลูกในกระถาง หรือ ปลูกลงดินก็ได้ปลูกดูแลใส่ปุ๋ยไม่นานก็จะเริ่มออกผลเมื่อแน่ใจว่าติดผลแล้ว  จึงเลือกผลที่อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม และ  ไม่มีแมลงรบกวน แล้วก็หากล่องรูปทรงเรขาคณิตตามชอบมาใส่ลูกน้ำเต้าแต่ต้องเป็นกล่องที่มีรูปร่างลักษณะใส ลองแบบทึบแล้วเน่าใช้ไม่ได้ต้องใส่ให้แสงแดดสามารถผ่านเข้าไปด้านในได้   อย่างกล่องใส่ผลไม้รูปร่างต่างๆ ที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาด ต้องทำการเจาะรูระบายน้ำระบายอากาศได้ทั้งด้านบนและล่าง   เพื่อป้องกันเชื้อราและเน่าจากนั้นดูแลไปจนถึง 90-120 วัน แล้วแต่อายุและชนิดของพันธุ์น้ำเต้า เมื่อได้รูปตามลักษณะที่ต้องการจึงนำเอากล่องออกแล้วจะได้น้ำเต้าก็จะออกมาเป็นทรงตามกล่องที่ใส่

มะขามเปียก
การเก็บผลผลิตระยะสุดท้าย ของการขายมะขามยักษ์ ตลาดมีความต้องการมาก เพราะมะขามเปียกในประเทศไทย มีคุณภาพดีติดอันดับโลกเลย มะขามเปียกในปัจจุบันที่ชาวบ้านรู้จักคือนำไปทำอาหาร แกงส้ม ต้มยำน้ำพริก และ มะขามแก้ว น้ำมะขาม แต่ นอกเหนือจากนั้นมะขามเปรี้ยวนั้นสามารถนำไปสกัดเป็นกรด ทาทาร์ลิค และแพคติน ที่ได้จากธรรมชาติ นำไปใช้ในระบบอุตสาหกรรมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น เครื่อง ดื่ม โค้ก เป็ปซี่ กระทิงแดง ก็ใช้ตัวนี้ โรงงานฟอกหนัง เครื่องสำอาง สปา ยา สมุนไพร ต่าง และอีกมากมาย

มะขามเปียกมีตลาดส่งออกที่กว้างมากๆ และเป็นที่ต้องการในหลายๆประเทศ เพราะมีไม่กี่ประเทศที่มีสภาพอากาศและพื้นที่ที่สามารถปลูกมะขามได้ ตลาดส่งออกโดยเฉพาะตะวันออกกลาง จะเป็นตลาดที่ใหญ่มากๆ เพราะมะขามเปียกจำเป็นมากในประเทศทางตะวันออกกลางหรือแถบที่มีทะเลทรายเพราะ มีสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง เดินไปมาก็ต้องอยู่บนทะเลทราย มนุษย์เราคอแห้งไม่ได้ ฉะนั้นประชาชนของประเทศนี้ ถ้าเค้าต้องเอาน้ำติดตัวไป ตลอดก็ อาจมีภาระหรือลำบาก และน้ำอาจมีน้อยหรือไม่พอ เขาจึงใช้วิธีพก มะขามเปียกแทน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off

เทคโนโลยีสมัยใหม่กับรูปแบบของการเก็บรักษาผักและผลไม้

การเก็บรักษาผลิตผลให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับคุณภาพก่อนการเก็บรักษานั้น ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆให้เหมาะสมกับพืชชนิดนั้นๆ

การเก็บรักษาในห้องเย็น (Cold Storage)

การเก็บรักษาในห้องเย็นเป็นการปรับปัจจัยทางด้านอุณหภูมิเพื่อให้ผลิตผลมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ในขณะเดียวกันอุณหภูมิที่เย็นยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เข้าทำลายผลผลิตนั้น ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในกรณีนี้ได้แก่อุณหภูมิ ทั้งนี้เพราะอุณหภูมิมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆภายในผลิตผล ดังนั้นกรเก็บรักษาผลิตผลทุกชนิดจึงควรเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำ ในระดับที่เหมาะสมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผลิตผล

การเก็บรักษาโดยการควบคุมสภาพของบรรยากาศ (Controlled Atmosphere Storage – CA Storage)

โดยปกติอากาศมีแก๊สออกซิเจนประมาณ 20% แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 0.03% ที่เหลือคือแก๊สไนโตรเจน การลดปริมาณแก๊สออกซิเจนและ/หรือเพิ่มปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศรอบๆผลิตผล มีผลทั้งในการชะลอหรือเร่งการเน่าเสียของผลิตผล ทั้งนี้จะก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตผล พันธุ์ อายุ ระดับของแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิ และระยะเวลาในการเก็บรักษา สำหรับผลิตผลที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้แล้วในปัจจุบัน ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง โดยเก็บรักษาในบรรยากาศควบคุมที่มีแก๊สออกซิเจน 10% และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 10% ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาจาก 7 วัน ออกไปได้มากกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้สามารถขนส่งทางเรือไปยังประเทศญี่ปุ่นได้

การใช้สารเคลือบผิว

ผักและผลไม้ตามธรรมชาติมีไข (wax) ปกคลุมผิวด้านนอก โดยประโยชน์ของไข คือ ป้องกันการสูญเสียน้ำ แต่ไขเหล่านี้มักจะถูกชะล้างออกไปในกระบวนการเตรียมผลิตผลก่อนจำหน่าย ทำให้เกิดความเสียหายกับผลิตผล ทั้งในแง่ความทนทานต่อสภาพการเก็บรัษาและความสวยงามในการวางจำหน่าย

การใช้โอโซน

โอโซนที่ความเข้มข้นต่ำๆสามารถใช้ในการเก็บรักษาผักและผลไม้ที่เก็บรักษาในห้องเย็นได้ โดยสามารถป้องกันการเจริญของเชื้อรา และแบคทีเรียในอากาศที่สัมผัสกับผิวของผลิตผลและยังสามารถทำลายจุลินทรีย์ที่ผิวของผลิตผลได้ มีการศึกษาการใช้โอโซนในการเก็บรักษาผักและในการเก็บรักษาผักและผลไม้หลายชนิด เช่น แอปเปิ้ล มันฝรั่ง มะเขือเทศ สตรอเบอรี่ บรอคโคลี แพร์ ส้ม พีช องุ่น ข้าวโพด และถั่วเหลือง แต่สิ่งที่สำคัญคือโอโซนสามารถใช้ในห้องเย็นที่ใช้เก็บรักษาผักและผลไม้เพื่อป้องกันการสุกโดยโอโซนจะไปลดการผลิตแก๊สเอทิลีนที่ผักและผลไม้ผลิตขึ้นและมีผลทำให้ผักและผลไม้สุกหรือเน่าเสียช้าลง

การใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์

สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นสารที่ใช้กันมากในการควบคุมการเกิดสีน้ำตาลในผักและผลไม้เนื่องจากไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Polyphenol oxidase (PPO) นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติในการฟอกสีและยังสามารถควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์อีกด้วย เทคโนโลยีนี้จำเป็นสำหรับลำไยและลิ้นจี่ที่จะส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ สำหรับลิ้นจี่เมื่อรมด้วยสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์แล้วจะทำให้เปลือกมีสีแดงซีดลง จึงต้องนำไปแช่ในสารละลายกรด เพื่อให้เปลือกมีสีแดงดังเดิม

การใช้ฟิล์มบรรจุภัณฑ์

ฟิล์มเหมาะสมกับการยืดอายุผลิตผลจะต้องมีคุณสมบัติสามารถดัดแปลงสภาพบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ให้เป็นสภาวะสมดุล (Equilibrium Modified Atmosphere / EMA) ซึ่งเป็นหลักการหนึ่งของเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็ฯเทคโนโลยีการรักษาความสดและถนอมอาหาร โดยฟิล์มที่เหมาะสมต้องสามารถชะลอการหายใจ การคายน้ำ และการเสื่อมสภาพของผลิตผล ทำให้ยืดอายุการเก็บรักษาได้นานกว่าเดิม 2-5 เท่า โดยรสชาติ กลิ่น และคุณค่าทางโภชนาการไม่เปลี่ยนแปลง

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off